ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

ดินแดนล้ำค่าของเมืองน่าน ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่ อำเภอนาหมื่น อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ครอบคลุมพื้นที่ตามแนวสองฟากฝั่งลำน้ำน่าน จนไปสิ้นสุดที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ สภาพป่าเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน

เป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของประชาชนในจังหวัดน่าน มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญหลายอย่าง และ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดเด่นทางธรรมชาติ ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามได้แก่ เสาดินและคอกเสือ ปากนาย แก่งหลวง จุดชมทิวทัศน์ดอยผาชู้ ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน จุดชมวิวดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์

ความสวยงามของ ดอยเสมอดาวจะงามแค่ไหนนั้น ไปชมกันเลย

  • ช่วงที่ควรไปเที่ยว ดอยเสมอดาว

ช่วงเดือนที่คนนิยมไปเที่ยวดอยเสมอดาวมากที่สุดคือช่วงปลายฝนต้นหนาว ก็คือช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ เพราะช่วงนี้อากาศจะดี แและเพราะคุณจะตื่นมาท่ามกลางสายหมอก แต่ช่วงนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอยู่เรื่อย ๆ สำหรับใครที่อยากถ่ายรูปคนน้อย ๆ ชิล ๆ แนะนำว่าให้ลางานไปช่วงวันธรรมดา ไม่ใช่วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาว เพราะคนจะแน่นมาก

“น่าน” จังหวัดที่มีความงามของธรรมชาติแอบแฝงอยู่ นอกจากวิถี และวัฒนธรรมในการใช้ชีวิต ทั้งยังมีสภาพบ้านเมืองที่สวยงาม และยังมียอดดอยสวยงาม ที่กำลังจะพาคุณมาเอื้อมมือคว้าดาว ที่ “ ดอยเสมอดาว ”

ดอยเสมอดาว เป็นหนึ่งในดอยที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกที่สุด อีกทั้งเรื่องการเดินทางไปดอยเสมอดาวก็ไม่ได้ลำบาก เส้นทางสะดวกสบาย ถนนดี เดินทางไม่ลำบาก ทำให้ดอยเสมอดาวกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือยอดฮิตอีกแห่งหนึ่ง ดอย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกางเต็นท์ยอดฮิตอีกแห่งหนึ่ง ใน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เนื่องจากเป็นบริเวณจุดชมวิวอีกที่ ที่มีพื้นที่ที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขาเหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถ ชมทะเลหมอกในยามเช้า ชมดาวและแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค้ำคืนได้อย่างสวยงาม

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดเด่นทางธรรมชาติ ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งทำให้อุทยานแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายแห่ง เช่น เสาดิน และ คอกเสือ ปากนาย แก่งหลวง จุดชมทิวทัศน์ดอยผาชู้ ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน จุดชมวิว ดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์

ดอยเสมอดาว
ดอยเสมอ/ดาว
ปาร์ตี้ยามค่ำคืน
ดอยเสมอดาว นั่นดูดาว
ดอยเสมอดาว เต็นท์นอน
  • ผาหัวสิงห์

เป็นหน้าผามีรูปร่างหมือนสิงโตนอนหมอบ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้ 360 องศา ทิศเหนือมอง เห็นตัว อำเภอเวียงสา ทิศใต้มองเห็นทิวเขาเป็นแนวยาว ทิศตะวันออกมองเห็นผาชู้ แม่น้ำน่าน ทิศตะวันตกมองเห็นตัวอำเภอนาน้อย เกือบทั้งหมด และ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มีเส้นทาง เดินสำรวจธรรมชาติให้ผู้รักการปีนป่าย และ การผจญภัยได้

ผาหัวสิงห์ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
จุดสูงสุดผาหัวสิงห์

กลับมาที่ ดอยเสมอดาว อากาศบน ดอย ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ค่อนข้างร้อนจัดจนเหงื่อไหลไคลย้อย แต่ทันทีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสี อมส้ม และเหลืองทองจางๆ อุณหภูมิรอบตัวก็กลับลดลงอย่างรวดเร็ว เหลืองเพียงสายลมเย็นๆ พัดผ่านผิวกายให้กลุ่มนักเดินทางผู้เคยหมกตัวในห้องแอร์ต้อง เป่าปากกันเป็นแถว หลังจากรวมตัวทานอาหารเย็น เพียงไม่นาน พระอาทิตย์ก็เคลื่อนลอยต่ำลงอย่างรวดเร็ว จนเกือบจะเก็บภาพประทับใจไว้ไม่ทัน ขณะที่หลายคนหามุมสวย เพื่อถ่ายภาพแสงสุดท้ายของวัน ลมหนาวก็เริ่มพัดแรงขึ้นแม้ว่านี้จะเข้าใกล้ฤดูร้อน

กดชัตเตอร์ยังไม่ทันสะใจ แสงอาทิตย์ก็ลับไปกับขอบฟ้า พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเหลือประมาณ 18 องศา เมื่อมองไปบนฟากฟ้า ภาพที่เห็นคือ ม่านดวงดาวส่องแสงสว่างไสวทั่วทั้งฟ้า มันช่างสวยจับจิตจนแสงสีของเมืองกรุงที่ว่าแน่ยังต้องแพ้ฟากฟ้าที่นี่ สมกับชื่อ ดอย เสมอดาว ไขข้อข้องใจว่าเหตุใด ชื่อดอยแห่งนี้จึงมีชื่อ เสมอดาว ความรู้สึกอยากใช้มือไขว่ความดาวมาเก็บไว้ในกระเป๋า เป็นสิ่งที่เราเห็นได้จากอาการของนักเดินทางหลายคนที่ เหม่อมองฟ้าแล้วใช้มือโบกไปมา

ความสวยงามยามค่ำคืนบนดอยเสมอดาว เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ชาตินี้คงไม่ลืม แต่ด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ จนเฉียด 12 องศา ได้ทำเอาหลายคนต้องขอนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มทั้งคืน

เวลาราวๆ ตี 5 หลายคนเริ่มตื่นจากการหลับใหล ซึ่งเมื่อใช้มือแตะที่ถุงนอน คุณจะรู้สึกเลยว่า แม้แต่ถุงนอนอุ่นๆ ก็ยังเย็นยะเยือก เมื่อรูดซิปเต้นท์แล้วเดินฝ่าลมเย็นๆ ไปยังจุดชมวิว สิ่งที่ทำให้เราถึงกับอึ้งจนเสียงในลำคอร้องเปล่งออกมาว่า แม่เจ้าาาา…คือภาพของ ทะเลหมอก ที่สวยงาม

ท้องฟ้าเริ่มสาง
แสงแรกของวัน

สายลมหนาวยังคงปะทะกาย แล้วแสงแรกของวันก็มาถึง ความงามของรุ่งอรุณที่ค่อยๆ ไล่ไอหมอกให้จางหายไป เป็นสิ่งที่คุ้มค่าสมแก่การรอคอย และตื่นตั้งแต่ไก่โห่แบบที่ไม่ค่อยทำมาหลายปี ไอแดดอ่อนๆ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนออกมายืนเหวี่ยงแขนเหวี่ยงขา เพื่อวอร์มร่างกายให้อบอุ่น จากนั้นทริปสั้นๆ ที่พอจะทำให้เราจดจำไปตลอดชีวิต ก็มาถึงจุดที่ทุกคนไม่ต้องการ นั่นคือช่วงที่เราต้องลงจากเขาแล้วโบกมือลาอัญมณีแห่ง เมืองน่าน

แน่นนอนว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่ถึงอย่างไรดินแดนที่สวยงาม ดอยเสมอดาว แห่งนี้จะไม่จากไปไหน หากเราทุกคนเรียนรู้ที่จะดูแล และรักษาธรรมชาติ สำหรับวันนี้คงต้องขอลาแต่สัญญาว่า ทริปหน้าจะพาทุกคนไปสัมผัสกับความงดงามที่มากมายไม่แพ้กันที่ไหนนั้น ติดตามต่อได้เลย

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ในการมาเที่ยว ดอยเสมอดาว

จุดเด่นของดอยเสมอดาว นอกจากธรรมชาติที่สวยงาม ที่รายล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้เขียวขจี และอากาศบริสุทธิ์ ชื่อดอยก็บอกอยู่แล้วว่า “ดอย” ในตอนกลางคืนนั้น เราจะเพลิดเพลินกับการชมดวงดาวที่ต่างอวดโฉมความสวยงามกันมากมายอยู่เต็มท้องฟ้า นับทั้งคืนก็ไม่หมด แต่ถ้าใครดวงดี อาจจะได้เห็นทางช้างเผือกด้วยนะ ส่วนช่วงเช้าตื่นมาฟินกันต่อกับทะเลหมอกสวย ๆ ที่ลอยอยู่ตรงหน้า บอกเลยว่ามันงามแต๊ ๆ งามขนาดนักเจ้า  เที่ยวดอยเสมอดาวที่เดียวได้ดูครบทุกอย่าง แถมยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเพียบ อยากรู้ว่ามีกิจกรรมอะไรน่าทำในดอยเสมอดาวเรารวมมาให้แล้ว

การเดินทางไปดอยเสมอดาว

1.มาเที่ยวโดยเครื่องบิน

  • นั่งมาลงสนามบินน่าน สามารถเช่ารถรับจากสนามบินมาได้เลย มีให้เลือกหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Avis, Asap แนะนำว่าจองล่วงหน้าสัก 1 สัปดาห์จะดีมาก เพื่อความชัวร์ หรือจะเหมา Taxi ไปส่งที่อุทยานก็ได้เหมือนกัน วิธีนี้สะดวกและรวดเร็วที่สุด
  • นั่งเครื่องบินกรุงเทพฯ-น่าน 1 ชั่วโมง > เช่ารถขับ 1 ชั่วโมงครึ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

2.มาเที่ยวด้วยรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-น่าน

  • นั่งรถไปลงที่อำเภอเวียงสา แล้วต่อรถประจำทางสาย เวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น ไปลงที่สามแยกบ้านใหม่ แล้วเหมารถสองแถวเข้าอุทยานศรีน่าน
  • นั่งรถประจำทางกรุงเทพฯ-น่าน 10 ชั่วโมง > ต่อรถไปนาหมื่น 1 ชั่วโมง 40 นาที > นั่งรถสองแถวเข้าอุทยาน 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง 40 นาที

3.มาเที่ยวด้วยขับรถส่วนตัวมาเอง

  • แนะนำเส้นทางจาก จ.นครสวรรค์, จ.พิษณุโลก มาจนถึงจังหวัดแพร่ และมุ่งหน้าเข้าสู่ อำเภอเวียงสา จ.น่าน ก่อนจะปักหมุดไปที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
  • ขับรถจากกรุงเทพฯ-ดอย.เสมอดาว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 50 นาที แต่ถ้าเหยียบๆหน่อยในช่วงรถไม่ติดก็อาจจะ 8 ชั่วโมงนิดๆ

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในครั้งนี้ สวยงามตระการตามากเลยใช่ไหม ก็ค่อยติดตามกันต่อเลยว่าครั้งหน้าจะเป็นที่ไหน สำหรับใครที่อ่านคอนเทนต์มาจนถึงตอนนี้ก็ต้องขอขอบคุณไว้นะโอกาสนี้ ขอบคุณสำหรับการติดตาม

Author Image
Ethan Rogers