ภูสอยดาว

ภูสอยดาว ดินแดนแห่งสายหมอก

ภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คือ พิษณุโลก และอุตรดิตถ์ ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทยจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว คือ การได้ชมทุ่งดอกไม้สีม่วงที่เรียกว่า “ดอกหงอนนาค” และดอกไม้หลากสีสันสลับให้เห็นอยู่ทั่วลานสน ซึ่งจะบานในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือน ส.ค. – ก.ย ของทุกปี

ภูสอยดาว

ไฮไลท์ของการมาภูสอยดาวคือการได้มาชม “ทุ่งดอกหงอนนาค” ดอกไม้สีม่วงอ่อน ที่จะบานสะพรั่งเต็มลานสนในทุกช่วงฤดูฝน ราว ๆ เดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี วันไหนโชคดี เราอาจเจอทะเลหมอกตอนเช้า ๆ นับว่าฟินสุดๆไปเลย

นอกเหนือจากทุ่งดอกหงอนนาค ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ อย่างอื่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ หลักกิโลเมตรประเทศไทย – ลาว และจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ว่าแล้วเราก็ขึ้นภูสอยดาวกันเลยดีกว่า

ภูสอยดาว

โดยเราต้องเดินขึ้นไป 6.5 กิโลเมตร โดยประมาณ ผ่าน 5 เนินวัดใจ เช่น เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ที่มีความยากง่ายตามความสูงของแต่ละเนินหรือทางที่พบ และทุกคนจะได้สัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ดอกไม้ป่าที่สวยตลอดทาง ระยะทางการเดินอาจใช้เวลาจะประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง แต่ละคน ใช้เวลาไม่เท่ากัน

ภูสอยดาว

แต่ก่อนจะขึ้นก็มีมุมเล็ก ๆ สวย ๆ ตรงจุดเริ่มต้นของการเดินขึ้น ภูสอยดาว จะเป็นที่ตั้งของ น้ำตกภูสอยดาว อีกด้วย ก็อย่าพลาดที่จะแวะไปเล่นน้ำ หรือถ่ายรูปสักหน่อย สัมผัสกับน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจ ก่อนขึ้นไปพิชิตภูสอยดาว (โดดน้ำเสีย 500 บาท)

เราเดินขึ้นมาสักพัก ก็จะมาถึงที่ “เนินส่งญาติ” ที่ความสูง 650 เมตร ช่วงแรก ๆ การเดินยังไม่อุปสรรคมากนัก เป็นทางลาดบ้าง ชันบ้าง สลับกันไป แต่สำหรับบางคน ก็เล่นลิ้นห้อยเหมือนกัน และยังเหลืออีก 4 เนิน ให้เราพิชิต

บอกเลยใครจะมาฟิตร่างกายมาให้ดี ๆ ไม่งั้นมีหอบลิ้นห้อยแน่ ๆ ถ้างั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียนาฬิกา เฮ้ย! เสียเวลา ไปลุยกันต่ออีก 4 เนิน จะยาก จะชัน จะเหนื่อย จะหอบ แค่ไหนก็ตามมา และที่เค้าร่ำลือกันว่าข้างบนสวยมาจะจริงแค่ไหนนั้น ก็จัดไป

จากเนินส่งญาติ ในที่สุดเราก็มาถึงเนินปราบเซียน คือปราบเซียนสมชื่อเลย ก็ไม่รู้สินะ ทุกคนบอกว่าจะสักแค่ไหนกันเชียว พอมาถึงทุกคนก็อยากจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เนินปราบโคตรเซียน”

เดินกันมาจนถึง เนินป่าก่อ และเราก็ได้แต่คิดและบอกตัวเองว่า อีกไม่ไกลคงถึงลานสน แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะคิดถูก

เห็นป้านแล้วอยากพักอีกรอบ

โค้งสุดท้ายกันแล้วกับระยะทาง 1.5 กิโล ดูสิว่าจะแหกโค้งไหม เดินกันมาเกือบ 5 ชั่วโมงแล้ว สภาพไม่ต่างจากคนเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง หมดแรงจริงๆ (แล้วที่ฮาก็คือ ตอนแรกมองป้ายเป็น 15 กม. แทบลมจับ ทำไมยิ่งเดินยิ่งไกลว่ะ เราหลงเหรอ 55555)

บอกเลยนะ ว่าตอนนี้เจอเสือโคร่งจริงๆ ก็คงเป็นอาหารที่หมดสภาพสำหรับมันอ่ะ คงนอนเป็นผักเน่าๆให้มันเลือกเอาว่าจะกินหรือไม่กิน ไม่นะ อย่าเจอนะ

ไม่รู้ว่าจะชื่นใจดีไหมนะ เพราะในที่สุดเราก็มาถึง เนินมรณะ คือเราก็คิดว่าเออ แม่งมรณะจริงอ่ะ กว่าจะเดินถึงเนินนี้ก็เกือบตายละ และยังมีการบอกอีกนะว่าเนินนี้เดินยากสุด คือก็คิดนะ ที่ผ่านมานี้ง่ายแล้วใช่ไหม? แต่ก็เอาเถอะ ไป! สู้ต่อไป

ถึงแม้ชื่อเนินจะอันตรายแต่ดูวิวที่ได้สิ มันคุ้มที่เราจะเสี่ยง ผืนป่าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก ดูแล้วสวยแปลกตาไปอีกแบบ

ผ่านเนินมรณะไปได้ก็คงจะดีขึ้นเยอะเลย เพราะต่อไปก็จะเป็นทางราบแล้ว ระหว่างที่เดินไปพักดูธรรมชาติไป ก็ดีไปอีกแบบ

และในที่สุด เราก็คือ ผู้พิชิตลานสนภูสอยดาว

ในที่สุดก็พาตัวเอง (ลากสังขาร) พาตัวเองขึ้นมาถึงจุดนี้จนได้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าจะมาถึงจุดนี้ แต่ก็นะ เราทำสำเร็จแล้ว

ความงามขอทุ่งดอกหงอนนาค วิเศษมาก วิเศษจริงๆ

ในที่สุด เราก็มาถึงลานสน จุดที่เรากางเต้นท์กันสักที ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 6 – 7 ชม. ก็นะ หนักพุง ถ้าเป็นคนอื่นอาจไวกว่านี้ เมื่อเรามาถึงก็ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯข้างบน และบอกจำนวนคนที่ขึ้นมา เพื่อว่าบางคนยังขึ้นมาไม่ถึง หรือสูญหายระหว่างทาง เจ้าหน้าที่จะได้ตามหา

ภูสอยดาว

มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็พบกับความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น “ดวงดาว” เต็มท้องฟ้าเลย ดวงดาวเหล่านี้ ที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งมันเยอะมาก ๆ เหมือนนึกว่าอยู่ท้องฟ้าจำลองเลยก็ว่าได้ เป็นความมหัศจรรย์และความประทับใจที่เกิดขึ้น แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ถึงเวลาที่เราต้องเข้านอนแล้วล่ะ เพราะวันรุ่งขึ้นมีภารกิจพิชิตยอด “ภูสอยดาว”

ภูสอยดาว

“แดดส่องฟ้าเป็นสัญญาวันใหม่ พวกเราแจ่มใสเหมือนนกที่ออกจากรัง” ทำเป็นสดชื่นไปงั้นล่ะ จริงๆล่ะอยากนอนต่อ นี้ถ้าอยู่กรุงเทพฯนะ ยังไม่ตื่นหรอก แต่เพราะว่า เรามีภารกิจที่สำคัญรออยู่ ไปพิชิตยอดภู

ภูสอยดาว

ได้เวลาเดินทางไปพิชิตยอด “ภูสอยดาว” ทางขึ้นยอดภูสอยดาวนั้น เคาบอกว่าชันและสูงมาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการจะขึ้นยอดนั้น จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่นำทางนะเท่านั้น เพราะ ถ้าขึ้นไปเองอาจหลงทาง และเกิดอันตรายได้ ถ้านับจากจุดที่ถ่ายรูปอยู่นี้ ก็อยู่อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น ประมาณ 2 แมวยิ้มก็น่าจะถึงล่ะ

ภูสอยดาว
ภูสอยดาว

และแล้วเราก็ถึงแล้ว “ยอดภูสอยดาว” กับความสูง 2,102 เมตร เป็นยอดภูที่สูงเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย วิวบนยอดนั้นสวยมาก บรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก เพราะ มันสวยมากจริง ๆ อยากให้ทุกคนมาสัมผัสเอง คุณจะได้พบกับความงดงามของธรรมชาติที่แท้จริง และที่สำคัญ ตอนที่มาถึง ทะเลหมอก ก็ยังไม่หายไปอีกด้วย ฟินเว่อร์ แถมได้เก็บภาพบรรยากาศสวยๆมาอีกด้วย เก็บทรงไม่อยู่มาจนถึงตอนนี้

สุดท้ายนี้

จบแล้วครับกับ ทริปพิชิตยอด “ภูสอยดาว” พิชิต 5 เนิน กางเต็นท์ลานสน สัมผัสทะเลหมอก และได้เห็นทางช้างเผือก แต่ก็ยอมรับตามตรงนะ ทั้งเหนื่อยและสนุกมาก ๆ แต่ก็ต้องบอกเลยว่า “ธรรมชาติ” ที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก ๆ บรรยากาศก็ดี และช่วงปลาย ๆ ปีแบบนี้ อากาศกำลังหนาวสุด ๆ ไปเลย เป็นทริปที่น่าประทับใจ สมค่ำร่ำลือจริง ๆ ใครว่าง ๆ หรือมีเวลาก็อย่าพลาดมาเที่ยวที่นี้ นะครับ เที่ยวเมืองไทย อุดหนุนคนไทยด้วยกัน เงินทองไม่ไหลออกนอกประเทศแน่นอน ยังไงก็ขอฝากติดตามพวกเราไว้ด้วย สำหรับทริปนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า สวัสดีเจ้า ขอบคุณบทความรีวิวการท่องเที่ยวจาก ufabet.com

กลับไปหน้าหลัก

Author Image
Ethan Rogers