ดอยม่อนจอง

ดอยม่อนจอง

ม่อนจอง ตั้งอยู่บนทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง  ปัจจุบันตั้งอยู่ในอ.นันทบุรี เดิมตั้งอยู่ใน ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่รับผิดชอบของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย คำว่า ม่อน เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึง ดอยหรือเนินเขา ส่วนคำว่า จอง ก็เป็นภาษาคำเมืองจะออกเสียงว่า จ๋อง หมายถึง ลักษณะจั่ว สามเหลี่ยมที่อยู่สูงที่สุด

ดอย ม่อนจอง ติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยจุดสูงสุดของ ดอยม่อนจอง เรียกว่า หัวสิงห์ เพราะมีลักษณะคล้ายหัวสิงโต สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,929 เมตร ในอดีตนั้นดอยม่อนจองนับเป็นดินแดน แห่งสรรพสัตว์ที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่อย่างอิสระเสรี เช่นกวางผา หรือ ม้าเทวดาและเลียงผารวมทั้งโขลงช้างป่า แต่ปัจจุบันยังมีอยู่แต่ หาชมได้ยากมาก

ม่อนจอง

ดอยม่อนจอง จะเปิดให้ท่องเที่ยวในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึง 15 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นจะปิด ไม่อนุญาตให้ นักท่องเที่ยวขึ้น เพราะต้องระวังภัยเรื่องช้างป่าที่ออกมาหากิน และสภาพอากาศที่แห้ง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า สำหรับเวลาในการเดินทางขึ้น ดอยม่อนจอง นักท่องเที่ยวควรใช้ประมาณ 2 วัน 1 คืน

การเดินทางขึ้นดอยม่อนจอง ต้องติดต่อขออนุญาตกับทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย หน่วยมูเซอ การเดินทางต้องไปยัง หน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ก็คือต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่เสียก่อน เมื่อถึงหน่วยมูเซอติดต่อทำเรื่องให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็เตรียมสัมภาระขึ้นรถ และต้องเป็นรถ 4WD เท่านั้น เพราะรถธรรมดาไปไม่ได้แน่ๆ และ ไม่แนะนำให้ขับขึ้นไปเอง เพราะทางมีความชันและอันตรายมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่จะมาส่งที่จุดเริ่มเดินอีก 16 กิโลเมตร และขึ้นสู่ยอดดอยระยะทาง 4 กม ใช้เวลา เดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมง ผ่านเส้นทางชึ้นลงและราบสลับกันแต่ส่วนใหญ่จะเดินขึ้นมากกว่า ไม่แนะนำให้ ขับรถไปจอดยังจุดเดินเท้าเนื่องจากจุดเดินเท้า ตั้งอยู่ในป่าไม่มีคนดูแล เส้นทางบางช่วงแคบด้านข้างเป็นเหวลึก ควรจอดไว้ที่หน่วยฯ และเช่ารถ 4WD จะปลอดภัยกว่า

ม่อนจอง จุดเดิน
จุดเริ่มเดิน
ม่อนจอง ทางเดิน

ในส่วนของคนนำทาง ลูกหาบ รถ 4WD สามารถแจ้งความจำนงกับ เจ้าหน้าที่เพื่อจัดเตรียม ส่วนอาหารน้ำดื่ม เต้นท์ ถุงนอน ต้องเตรียมไปเองให้พร้อม เพราะบนยอดดอยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมีลำธารเล็กๆตรงจุดกางเด้นท์สำหรับล้างหน้า แปรงฟัน อากาศข้างบนหนาวมากควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม

ม่อนจอง กุหราบ

ไฮไลต์ของการมาเที่ยว ดอยม่อนจอง คือ การได้ชมภูเขาสูงสลับซับซ้อนซึ่งทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามตาในช่วงหน้าหนาว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ทั้งขึ้น และตก ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง และอีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเลยก็คือ กุหลาบพันปี หรือชื่อเฉพาะว่า “คำแดง” ที่กำลัง ออกดอกบานสะพรั่ง เต็มต้นอยู่เป็นดงตามไหล่เขา ว่ากันว่าต้นนี้เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“ภูหินช่อ” จุดพักน่าจะครึ่งทางแล้ว และมีหินให้ปีนขึ้นไปถ่ายรูปเกร๋ๆ ที่ไม่ควรพลาด

ระหว่างการเดินทางขึ้นสู่ยอดดอย ระยะทาง 4 กิโลเมตร เราจะได้พบกับความสวยงามตามธรรมชาติอีกมากมายที่เก็บเกี่ยวความประทับใจยังไงก็ไม่พอ ไม่ว่าจะเป็น “ลานทุ่งหญ้าสีทอง” หรือเรียกว่า “สนามกอล์ฟช้าง” ซึ่งก็สีทองสมชื่อจริงๆ “เนินหมาหอบ” จุดที่ชันที่สุดของที่นี่แล้ว เตรียมตัวเป็นหมาสมชื่อกันได้เลย และ “ยอดหัวสิงห์” ที่โดดเด่นและเป็นจุดที่สูงที่สุดบนยอดดอย เดินเรื่อยๆ ชมนกชมไม้ ในป่าร่มๆ ก็จะเย็นสบาย บางช่วงก็ทุ่งหญ้ามีแดดก็จะร้อนหน่อย แต่ไม่ถึงกับยากมาก

ลานทุ่งหญ้าสีทอง

และไม่ไกลจากทุ่งหญ้าบนยอดดอย ก็ถึงจุดกางเต็นท์ ที่อยู่ในพงป่า ช่วยกันลมกันหนาวได้ในระดับหนึ่ง พักผ่อนเอาแรงให้เต็มที่ เพื่อจะได้ตื่นแต่เช้าไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ชมทะเลหมอกที่แผ่กระจายไปทั่วดอย บางวันหมอกจะลงจนหนามาก เห็นแต่สีขาวโพลน ขอให้ระมัดระวังในการเดินเป็นพิเศษ

บรรยากาศยามค่ำคืน ที่ม่อนจอง

นี่คือ “แสงแรก” ของเช้าวันใหม่ ที่ “ม่อนจอง” พระอาทิตย์ทอแสงสวยงาม ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจาก “ทะเลหมอก” ที่ปกคลุมภูเขาน้อยใหญ่จนมิด เป็นภาพประทับใจที่สวยงามและตราตรึงเหล่านักเดินทางอย่างเรามากๆ หากจะให้เปรียบม่อนจอง เป็นดินแดนสวรรค์ เราก็ต้องยอมรับว่าคำนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ มันคุ้มค่าแก่การมาเยือนที่นี่

แสงแรก
เตรียมเดินทางกลับ
บอกลาแสงสุดท้าย

หลังจากพิชิต “ม่อนจอง” เรียบร้อย ก็เตรียมเดินทางลงเขา ปิดทริปเดินป่า ด้วยความสุข อยากให้ทุกคน มาสัมผัสม่อนจอง เพราะที่นี่มีความสวยงามมาก ถ้าใครสนใจ ก็อย่ารอช้า รีบโทรไปจองคิวกันด่วนๆ ที่ “หน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ” เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย กันได้เลย

  • รถส่วนตัวไปดอยม่อนจอง

จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยทางรถยนต์ตามเส้นทางสายเดิม ถึงอำเภอฮอด แต่แทนที่จะแยกเข้าอำเภอดอยเต่า ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1103 จะเดินทางต่อตามเส้นทางเดิม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) จากอำเภอฮอดไปอีก 39 กม. แยกเข้าตามทางหลวง จังหวัดหมายเลข 1099 ถึงบ้านปางโอ้งโม้ง ตำบลยางเปียง อำเภออมก๋อย ตรงหลักกิโลเมตรที่ 32 แยกเข้าสู่เส้นทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร รวมจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ระยะทางประมาณ 171 กม.

  • โดยรถสาธารณะ

ใช้บริการระทัวร์เส้นทาง กรุงเทพฯ – จอมทอง – ฮอด โดยบริการ สมบัติทัวร์ หรือ ในเส้นทางกรุงเทพฯ – แม่สะเรียง – แม่ฮองสอน เมื่อถึงอำเภอฮอด สามารถต่อรถสองแถวสีฟ้า หรือ รถเมล์สีฟ้า ไปอำเภออมก๋อย รถสองแถวคันสีฟ้าวิ่ง จากอำเภอฮอด-อำเภออมก๋อย มีรถ ออกตั้งแต่เวลา 08.30  เป็นต้นไป ทุกชั่วโมง ถึงเวลา 12.30 น ออกวันละประมาณ 4 คัน การเดินทางจากอำเภอฮอดมาอมก๋อย จะใช้เวลา 2  ชั่วโมงโดยประมาณ

หรือ จากเมืองเชียงใหม่มีรถเมล์โดยสารสีฟ้าที่วิ่งจากจังหวัดเชียงใหม่ – อำเภออมก๋อย มีวันละ 2 รอบคือ
ออกจากเชียงใหม่ 08.30  ถึงอมก๋อย 12.30 น.
ออกจากเชียงใหม่ 14.00 ถึงอมก๋อย 18.00 น.
หลังจากนั้นเหมารถสองแถวใน อำเภออมก๋อยไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย มีรถตู้ จากเชียงใหม่สาย อมก๋อย แม่ตื่น รถจอดที่ประตูเชียงใหม่ จะวิ่งถึงที่ทำการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ออก 5.30 หรือ 6.00 น. ค่าโดยสาร 170 บาท เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง

Author Image
Ethan Rogers